วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

รีวิว Nissan Navara NP300

รีวิว Nissan Navara NP300 แกร่งเกินคาด ฉลาดเกินใคร

โพสโดย : DigitalNext | วันที่ : 13 October 2014
หมวดหมู่ : AdvertorialNissanNissan NavaraNissan Navara รีวิวTEST DRIVE รีวิวรถ
รีวิว Nissan Navara NP300 แกร่งเกินคาด ฉลาดเกินใคร

ในปี 2557 นี้ มีรถกระบะโฉมใหม่หมดจดเพียงยี่ห้อเดียวที่เปิดตัว คือ นิสสัน เอ็นพี 300 นาวาร่าสร้างสีสันให้ตลาดรถกระบะกลับมาคึกคักได้พอสมควร ท่ามกลางตลาดรถยนต์โดยรวมที่ดูเหมือนจะซบเซาไปบ้างตามสภาพเศรษฐกิจ แต่เมื่อดูยอดขายรวมของรถกระบะทุกยี่ห้อในไทย ก็ยังไปได้ดี ขายได้เกือบหมื่นคันต่อเดือน ในขณะที่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล มียอดขายในแต่ละเดือนที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
เนื่องจากมีเพียง  Nissan Navara NP300 เพียงรุ่นเดียวที่เปิดตัวในระยะนี้ ทำให้ได้รับความสนใจของคนไทยและต่างประเทศเป็นอย่างดี และเป็นครั้งแรกในโลกที่นิสสันเลือกเปิดตัวรถกระบะรุ่นนี้ในไทยก่อนประเทศอื่น ๆ ทุกทวีป ความสดใหม่ และความทันสมัย เป็นแรงดึงดูดให้ผู้คนแวะเข้ามาที่โชว์รูมอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รถกระบะยี่ห้ออื่น ยังไม่มีการปรับโฉมใด ๆ มานานหลายปีแล้ว
ในครั้งนี้ ทีมงานได้เลือกทดสอบขับและรีวิว Nissan NP300 Navara สีส้มสะวันนา เป็นสีเดียวในภาพยนตร์โฆษณาที่เคยเห็นกันจนคุ้นเคยในโทรทัศน์ ที่มี Bank วง Cash เป็นพรีเซนเตอร์ ขับลุยออกจากป่า เข้ามาในตัวเมืองได้ทันเวลานัดหมาย
รุ่นที่รีวิว เป็นรุ่นท็อปสุดของ NP300 Navara คือ Double Cab 4WD VL 7AT ราคา 996,000 บาทซึ่ง Double Cab มีราคาเริ่มต้นที่ 656,000 บาท ก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับรถกระบะ 4 ประตู มีความหรูหรา สะดวกสบาย ความบันเทิงครบครัน ก็จัดเป็นรุ่นเกียร์อัตโนมัติ มีราคาในช่วง 861,000 จนถึง 996,000 บาทตามแต่ออพชั่นที่นิสสันจัดมาให้ เลือกได้ตามงบประมาณ

ภายนอก ดีไซน์ใหม่รอบคัน  แกร่ง บึกบึน เท่ กว่าใคร

กันชนเน้นเหลี่ยมมุม เสริมให้ดูแกร่ง และทันสมัย
ไฟหน้าแบบ LED Projector พร้อมไฟ Daytime Running Lights เป็น LED สีขาววางเรียงเป็นแนวเส้นสวยงาม ต่างจากรถกระบะทั่วไปที่ใช้ไฟหน้าแบบหลอด Halogen ที่ล้าสมัยไปแล้ว
ไฟตัดหมอก ล้อมกรอบโครเมียม
กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่
ด้านข้าง ดีไซน์สวยงาม
ซุ้มล้อขนาดใหญ่ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีทูโทนเงางามตามยุคสมัย พร้อมยาง TOYO ขนาด 255/60 R18 ติดมากับรถ
บังโคลนล้อหลัง
แบ่งสัดส่วนพื้นที่บรรทุกและพื้นที่ห้องโดยสาร ประมาณ 45:55 ตัวรถไม่ยาวจนเกินไป ขับง่าย จอดง่าย
กระจกมองข้างโครเมียมขนาดใหญ่ โค้งมนกลมกลึง พร้อมไฟเลี้ยว LED ดีไซน์คล้ายธนู
ขอบหน้าต่างและมือจับประตูโครเมียม
บันไดข้าง
ราวหลังคา
– มาดูในส่วนท้ายรถกันต่อ ไฟท้าย เป็นหลอดไฟธรรมดา ยังไม่ใช่ LED กันชนสีดำตกแต่งโครเมียม ฝาท้ายดีไซน์ใหม่
– มือจับฝาท้ายโครเมียม ล็อคได้ด้วยกุญแจ พร้อมกล้องช่วยมองขณะถอยหลังเข้าจอด
พื้นที่บรรทุกกว้าง เพียงพอกับการใช้งาน
ฝาท้ายมีน้ำหนักค่อนข้างมาก แข็งแรงทั้งโครงสร้างและกลไกจับยึด
เหล็กยึด 4 มุมของกระบะ เพิ่มความมั่นใจและแน่นหนาของสิ่งของบรรทุก
ไฟเบรคดวงที่ 3 และเสาอากาศวิทยุ
เล่นมุมฝาท้ายกระบะให้สอดรับกับตัวถังด้านข้าง ดูเท่และสปอร์ตดี กลายเป็นเสน่ห์ที่หลายคนชื่นชอบ
ตำแหน่งของช่องเติมน้ำมัน อยู่ใกล้ประตูห้องโดยสารตอนหลังและล้อหลัง
ปลดล็อคฝาเปิดช่องเติมน้ำมันได้จากปุ่มใกล้พวงมาลัย ไม่สามารถเปิดจากภายนอกได้
เส้นสายขอบหน้าต่างแบบยกสูง
ประตูฝั่งคนขับ สามารถเปิดได้ด้วยกุญแจและกดปุ่มที่มือจับประตู เมื่อพกรีโมตไว้ในระยะใกล้รถ
กระจกมองข้าง มุมค่อนข้างกว้างดี รูปทรงทันสมัยแบบรถเก๋ง

 เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร 4 สูบ 190 แรงม้า

ฝากระโปรงมีน้ำหนักมาก มั่นใจได้ในความแข็งแรง ติดตั้งฉนวนกันความร้อนไว้
เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร คอมมอนเรล 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VGS เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่นี้มีความประหยัดมากขึ้น มีการเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่ดียิ่งกว่าเดิม  การออกแบบตัวรถภายนอกตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยลดแรงปะทะของลม จึงช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น
แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ติดตั้งมาให้กับรถ จ่ายไฟได้ดี ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ ใช้งานได้จนหมดอายุ
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและการตกแต่งภายในห้องโดยสาร
เริ่มที่ประตูฝั่งคนขับ
แนวทางการออกแบบ เส้นสายในสไตล์รถเก๋ง ดูไม่เชยแข็งทื่อเหมือนรถกระบะทั่วไปอีกแล้ว
เข้าออกได้สะดวกด้วยบันไดข้าง จึงไม่มีมือจับที่เสาหลังคาในฝั่งคนขับให้เกะกะขวางตา
ห้องโดยสารดูทันสมัย
คอนโซลหน้าและแผงควบคุมทั้งหมด ออกแบบให้สวยงามทันสมัยคล้ายรถเก๋งระดับหรู พร้อมถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า
ทัศนวิสัยในการขับขี่ดี มองเห็นได้ชัดเจนทุกทิศทาง
เสาหลังคาทั้งสองข้าง ไม่ค่อยบดบังมุมมองในขณะเลี้ยว เพิ่มความมั่นใจ ลดปัญหามุมอับสายตา
ที่เก็บแว่นตา ไฟส่องแผนที่ และไมโครโฟนสำหรับการโทรคุยเมื่อเชื่อมต่อไร้สายกับระบบเครื่องเสียง
ที่บังแดด มีกระจกส่องหน้าพร้อมไฟส่องสว่างทั้งสองที่นั่ง
ผิวสัมผัสของที่บังแดด จะเหมือนกับเพดานหลังคา ซึ่งถ้าเปื้อนจะทำความสะอาดได้ค่อนข้างยาก
ที่บังแดดในฝั่งคนขับ มีสายรัดสำหรับสอดเอกสารเล่มเล็กหรือซองจดหมาย
ไฟส่องสว่างกลางห้องโดยสาร
ตั้งเงื่อนไขให้ไฟส่องแผนที่ติดสว่างเมื่อเปิดประตูก็ได้
กระจกส่องหลัง มีบอกทิศที่กำลังมุ่งหน้าไป เช่น SW หมายถึง กำลังขับไปในทิศตะวันตกเฉียงใต้ และมีระบบตัดแสงไฟสะท้อนในเวลากลางคืนโดยอัตโนมัติ ไม่ให้รบกวนสายตาเมื่อรถคันที่ตามหลังมาเปิดไฟสูง
ต่อมาเป็นส่วนของที่นั่งคนขับ มีที่พักเท้าซ้ายให้ด้วย
ในรุ่นท็อปสุด เบาะที่นั่งปรับไฟฟ้าทุกทิศทาง
สวิตช์ปรับกระจกมองข้าง อยู่ใกล้กับสวิตช์หน้าต่าง
เบาะรองนั่ง ทำด้วยหนัง ขนาดใหญ่กำลังดี
เบาะพิงหลัง กระชับสรีระดีกว่ารุ่นก่อน
ที่พิงศีรษะ นุ่มและแน่น สไตล์รถเก๋ง โดยรวมเบาะหนังให้ความรู้สึกที่ดีเมื่อสัมผัส ดีกว่ารถกระบะทุกรุ่นในตลาด
ปุ่มเปิดฝาถังน้ำมัน และฟังก์ชั่นควบคุมการทรงตัวของรถ
ที่วางแก้วเครื่องดื่ม ใช้ลมจากเครื่องปรับอากาศเป่าให้เย็น
มาตรวัดมีหน้าจอ LCD แสดงข้อมูลกราฟฟิค สวยงาม เข้าใจง่าย อ่านง่าย
เมื่อสตาร์ตรถ รถจะตรวจสอบความพร้อมของระบบเบื้องต้น
หากมีการเปิดประตู หรือปิดไม่แน่น ก็จะแจ้งเตือนด้วยภาพในทันทีว่าเป็นประตูบานใด
เมนูภาษาไทย เข้าใจง่าย ความสามารถมีหลากหลาย
คำนวณระยะทางที่ไปได้จากปริมาณน้ำมันที่มีเหลือ
เก็บข้อมูลระยะทางและระยะเวลาที่ใช้เดินทาง
แสดงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน หน่วยเป็น km/l
พวงมาลัยดูคล้ายรถเก๋งที่มีความหรูหรา
ฝั่งซ้าย มีปุ่มสั่งงานระบบความบันเทิงและการแสดงข้อมูลบนจอภาพ
ฝั่งขวา มีปุ่มสั่งงาน Cruise Control และรับสายหรือโทรออก เมื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือแล้ว
ปุ่ม Start / Stop กดด้วยมือซ้าย ในขณะที่เท้าต้องเหยียบเบรคไว้
พวงมาลัยหุ้มหนัง จับได้กระชับมือกว่ารุ่นเดิม แต่ยังไม่ดีเท่ารถยนต์ระดับราคาหลักล้าน
ลำโพง Tweeter ติดตั้งที่ฐานเสาหลังคา ยิงเสียงสะท้อนกระจก เข้าหาผู้ฟัง
ช่องลมเครื่องปรับอากาศ ปรับมุมเข้าหาที่นั่งทั้งสองฝั่ง
ช่องวางโทรศัพท์มือถือแบบกันลื่น พร้อมช่องจ่ายไฟสำรองสำหรับเสียบ Adapter ชาร์จไฟ มีฝาปิด
เครื่องเสียงและระบบนำทาง สั่งงานด้วยระบบสัมผัสที่จอภาพ
เครื่องปรับอากาศแบบดิจิทัล
เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สามารถ Shift เกียร์ขึ้นหรือลงได้ตามความต้องการ เพิ่มความแรงในขณะเร่งแซง ดีไซน์หรู ฐานโครเมียมแวววับ
ช่องจ่ายไฟสำรอง ปุ่มเปิดระบบป้องกันรถไหลขณะขึ้น/ลงทางลาดชัน และสวิตช์สลับโหมดการขับเคลื่อน 2WD / 4Hi / 4Lo ตามสภาพถนนและความลาดชัน ถัดลงมาเป็นช่องเสียบอุปกรณ์ USB ที่จัดเก็บเพลงหรือวิดีโอเอาไว้
ช่องใส่ขวดหรือแก้วเครื่องดื่ม 2 หลุม หรือจะใช้ใส่ของจุกจิกก็ได้
มีที่วางแขนหุ้มหนัง ภายในมีช่องเก็บของ และช่องจ่ายไฟสำรองให้อีกด้วย
ลิ้นชักเก็บของ มีความจุเพียงพอ
มาถึงในส่วนของผู้โดยสารตอนหน้ากันบ้าง ที่มือจับประตู มีปุ่ม Lock / Unlock รถให้ด้วย เหมือนฝั่งคนขับ
ประตูสไตล์รถเก๋ง สวยงามและเน้นประโยชน์ใช้สอย
เบาะที่นั่ง ไม่มีระบบปรับไฟฟ้า ใช้กลไกแบบปกติ
มือจับสำหรับปีนขึ้นรถ จำเป็นต้องมี เพื่อให้เด็กเล็กขึ้นรถได้สะดวกขณะปีนบันได
ห้องโดยสารที่ดูเหมือนรถเก๋งอย่างมากในมุมนี้
กว้างขวาง เข้าออกได้สะดวก
ในส่วนของห้องโดยสารตอนหลัง Headroom หรือเพดานหลังคาสูงมากพอ หมดห่วงเรื่องศีรษะชน
เข้าออกจากห้องโดยสารตอนหลังได้ค่อนข้างสะดวกดี อาจแคบไปนิดสำหรับผู้ที่มีสรีระใหญ่กว่ามาตรฐาน
เบาะรองนั่งเป็นแบบพับไม่ได้
พื้นที่วางเท้า กว้างขวาง วางของหรือนั่งไขว่ห้างก็ยังได้
มีช่องลมเครื่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เย็นทั่วถึง ลมแรงกำลังดี
มีที่วางขวดน้ำแบบพับได้
พรมปูพื้นแบบแผ่นเดียวพาดยาว ดูดฝุ่นได้ง่าย
สอดเท้าใต้เบาะหน้าได้
ระยะห่างจากหัวเข่าถึงหลังเบาะหน้า มากมายเหลือเฟือ
เบาะที่นั่ง สั้นและต่ำไปหน่อย ไม่รองรับต้นขาและหลังหัวเข่า นั่งนานหลายชั่วโมง อาจจะเมื่อยล้าบ้าง
มีช่องใส่หนังสือพิมพ์หลังเบาะคู่หน้าทั้งสองที่นั่ง
เข็มขัดนิรภัยปรับระดับความสูงได้
ราวมือจับ เพื่อความปลอดภัยมีให้ทั้งสองฝั่งซ้ายขวา
ที่พิงศีรษะ สามารถปรับความสูงหรือถอดออกก็ได้
เข็มขัดนิรภัย 3 ที่นั่ง
ขอชื่นชมเลยว่า วัสดุที่ใช้หุ้มเบาะ ดีกว่ารถกระบะและ SUV ในระดับราคาเดียวกันอย่างชัดเจน
อุปกรณ์ความบันเทิงและอำนวยความสะดวกภายในรถ
เครื่องเสียงและระบบ Navigator หน้าจอสัมผัส เป็นชุดเครื่องเสียงยี่ห้อ Kenwood
เมนูหลัก เลือกฟังก์ชั่นทำงาน
ระบบนำทาง สามารถระบุตำแหน่งพิกัดได้รวดเร็วและแม่นยำดีมาก
ฐานข้อมูลครบถ้วนดี ค้นหาโชว์รูมนิสสัน, ร้านอาหาร, ปั้มน้ำมัน และแหล่งช้อปปิ้งบนแผนที่ได้ง่าย
ตัวอย่างการค้นหาปั้มน้ำมันในรัศมีใกล้เคียง
ค้นหาโชว์รูม ศูนย์บริการ และอู่ซ่อมรถ ที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียง
แหล่งช้อปปิ้งที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียง
ร้านอาหารที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียง
ค้นหาร้านอาหารโดยระบุประเภทอาหารก็ได้
ตำแหน่งรถและทิศทาง ระบุในแผนที่ 3 มิติ เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น
รายงานสภาพจราจร คำนวณระยะทางของเส้นทาง และแจ้งทางเบี่ยงได้ด้วย
ไอคอนแสดงถึงการซ่อมถนนหรือปิดการจราจรบางส่วน
อธิบายความหมายของกราฟฟิคบนแผนที่
บันทึกตำแหน่งพิกัดของสถานที่ที่ไปบ่อยได้
บันทึกสถิติการขับขี่เอาไว้ตลอดเวลา
ทดสอบการเล่นเพลงบน iPhone ที่เชื่อมต่อด้วย Bluetooth
เมนูการตั้งค่าระบบเสียง ละเอียดมากจนน่าทึ่ง
Preset Equalizer สำเร็จรูปที่มีให้เลือกใช้
หรือจะปรับ Equalizer ตามใจเราเองก็ได้
ตั้งค่าเสียงอิสระระหว่างห้องโดยสารตอนหน้าและตอนหลัง
ตั้งค่าระยะและความดังของลำโพงรอบทิศทางในห้องโดยสาร
จำลองสนามเสียงตามขนาดและรูปทรงของรถแต่ละประเภท เพราะมีห้องโดยสารที่แตกต่างกัน
วิทยุ FM บันทึกได้ 12 สถานี
จอภาพจะแสดงภาพจากกล้องมองหลังทันทีที่ถอยรถ
การสั่งงานจอภาพ ทำได้ดี สัมผัสเบา ๆ ก็ตอบสนองได้รวดเร็ว ไม่ต้องจิ้มแรงหรือจิ้มย้ำ ๆ
ระบบไฟส่องสว่าง
ไฟหน้า LED Projector ให้แสงที่สว่าง แสงสีขาวนวล มีไฟเลี้ยวสีเหลือง และไฟ Daytime Running Lights อยู่ในโคมเดียวกัน และสามารถเปิดไฟพร้อมกันได้ ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทดสอบเปิดไฟ Daytime running lights พร้อมกับไฟตัดหมอกหน้า
ไฟ Daytime running lights ให้ความสว่างที่ดีแม้กลางแดดจัด ก็ยังมองเห็นได้ค่อนข้างชัด
ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง LED สีเหลืองส้ม
ไฟท้ายและไฟเลี้ยว มองเห็นหลอดไฟได้ชัดเจน
ความปลอดภัย มั่นใจทุกการขับขี่
ทีมวิศวกรของนิสสันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก   เพื่อช่วยการควบคุมการขับขี่ให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ช่วยให้ทุกการขับขี่ของคุณมั่นใจได้อย่างเต็มที่ ได้แก่
– โครงสร้างตัวถงที่ให้ความปลอดภัยเป็นพิเศษ
– ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า
– ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VDC
– กล้องมองหลังขณะถอยจอด
– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS
– ระบบช่วยเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
– ระบบกระจายแรงเบรก EBD
ช่วงล่าง หนึบกว่าใคร! เกาะทุกสภาพถนน ทรงตัวดี เข้าโค้งอย่างมั่นใจ
โครงสร้างแชสซีส์ทำมาจากเหล็กกล้าขนาดใหญ่ ที่มีความแข็งแกร่งและช่วยดูดซับแรงกระแทก เพิ่มความปลอดภัย และให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ภายใต้โครงสร้างที่ช่วยเพิ่มระยะต่ำสุดของรถจากพื้นถนน ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระ แบบปีกนกคู่  พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง เสริมด้วยระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนพร้อมโช็คอัพ บรรทุกของหนักได้แน่นอน ทรงตัวดีเกาะถนน เข้าโค้งมั่นใจ ขับขี่สบาย ตอบรับความคล่องตัวในเมือง และเส้นทางขรุขระลาดชันนอกเมือง
ทดสอบขับ Nissan NP300 Navara Double Cab 4WD VL 7AT (ราคา 996,000.)
ทีมงานได้ทดสอบขับบนถนนนครอินทร์และราชพฤกษ์ ที่สามารถทำความเร็วได้ดี เร่งแซงได้เป็นระยะ ตามสภาพการจราจรจริง และทดสอบการขึ้นลงสะพานข้ามคลองแบบยกสูงที่มีความลาดชัน โดยมีข้อสรุปดังนี้
สิ่งที่ประทับใจในรถกระบะรุ่นนี้
  • ดีไซน์ภายนอกในส่วนหน้า มีความสวยงามทันสมัยและหรูหรามากขึ้น
  • เป็นรายแรกที่ใช้ LED แทนหลอดไส้ Halogen ในโคมไฟหน้าแบบ Projector
  • ไฟ Daytime Running Lights สวยเท่ ทันสมัย อวดให้ทุกคนเหลียวมองบนท้องถนนได้
  • นำเอาดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวล้ำสมัยของรถเก๋งมาใช้ในห้องโดยสารรถกระบะได้อย่างลงตัวมาก
  • เสียงเครื่องยนต์เบากว่าที่คิด ในช่วงการทำงานรอบเครื่องยนต์ต่ำ
  • ในช่วงเร่งแซงหรือรอบเครื่องยนต์สูง 2,500 – 5,500 รอบต่อนาที เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น แต่ก็ไม่ได้ดังจนรู้สึกรำคาญแต่อย่างใด
  • พวงมาลัยในช่วงที่รถหยุดนิ่งหรือเลี้ยวออกตัวจะมีน้ำหนักมาก ต้องออกแรงหมุนเยอะหน่อย แต่เมื่อรถเคลื่อนที่ไปแล้วตั้งแต่ความเร็ว 15 km/h ขึ้นไป พวงมาลัยจะเบาลงมาก ทำให้ขับง่าย แต่มั่นใจได้ในการควบคุมทิศทาง
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้าทุกทิศทาง
  • Shift เกียร์เพื่อเร่งแซงได้สนุกมากขึ้นในโหมด Manual
  • ทรงตัวได้ดี แม้จะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เกาะถนนดีกว่าคู่แข่ง
  • ช่วงล่างซับแรงสะเทือนได้ดีกว่าคู่แข่ง
  • มีช่องลมเครื่องปรับอากาศห้องโดยสารตอนหลัง ลมค่อนข้างแรง เย็นเร็วปานกลาง
  • ล้ออัลลอยสวยงามกว่าคู่แข่งเจ้าตลาด
  • ระบบช่วยขับบนทางลาดชัน (HSA, HDC) ทำงานได้ดีและมีประโยชน์อย่างมาก ทั้งกับการขับลุยป่าและขับขึ้นอาคารจอดรถที่ลาดชันแล้วประสบปัญหารถติดบนเนิน
  • ระบบควบคุมการทรงตัวและป้องกันล้อหมุนฟรี ทำงานได้จริง วางใจได้
  • เครื่องเสียงและระบบนำทาง ทำงานได้ดีน่าประทับใจ สั่งงานได้ง่าย ใช้งานง่าย เสียงดีสมราคา
  • Cruise Control สามารถเพิ่มหรือลดความเร็วได้ โดยกดสวิตช์ +/- ปรับครั้งละ 1 km/h
  • คล่องตัว ขับง่าย จอดง่าย กะระยะได้ง่ายเมื่อขับในซอยแคบ
สิ่งที่ยังไม่ประทับใจ
  • Shift เกียร์ต่ำลงในโหมด Manual เพื่อเร่งแซง น่าจะให้พละกำลังที่แรงกว่านี้
  • เบาะที่นั่งตอนหลัง ต่ำและสั้นไปเล็กน้อย
  • กล้องมองหลัง ให้ภาพที่ไม่ชัด ฟุ้งเบลอ ไม่มีแนวเส้นช่วยกะระยะจอด
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน นิสสัน นาวาร่า NP300
สำหรับการขับแบบทั่วไป รวมกันทั้งในเมืองและนอกเมือง 14.5 กม./ลิตร
หากขับภายในตัวเมืองอย่างเดียว ที่มีการจราจรหนาแน่น รถติดเป็นเวลานาน 9.5 กม./ลิตร
Credit : http://www.9carthai.com/review-nissan-navara-np300-2014/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น